โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

Related ศูนย์สมองและระบบประสาท | วันที่ มิถุนายน 5, 2019

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เป็นสาเหตุการตายอันดับสามรองจากโรคมะเร็งและโรคหัวใจทำให้เกิดความพิการ อัมพฤกษ์ อัมพาตและเสียชีวิตตามมา โดยทุกๆ3นาทีจะพบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง1คน และมีแนวโน้มที่จะพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากประชากรไทยมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น

 

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ส่งผลให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยงและเนื้อเยื่อในสมองตาย
แบ่งออกเป็น2 ประเภทใหญ่ คือ

 

1. โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Ischemic Stroke) พบได้ร้อยละ 80 เกิดจากไขมันเกาะบริเวณหลอดเลือดสมองหรือลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดสมอง

 

2. โรคหลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke) พบได้ร้อยละ 20 เกิดจากความดันโลหิตสูงหรือเส้นเลือดโป่งพองในสมอง

 

ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (Transient ischemic attack; TIA) มีอาการคล้ายผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง แต่อาการกลับเป็นปกติภายใน 24 ชั่วโมงโดยที่เอ็กซเรย์สมองแล้วไม่พบความผิดปกติใดๆ

 

อาการของโรคหลอดเลือดสมองขึ้นกับตำแหน่งของสมองที่ขาดเลือด มักมีอาการทันทีทันใด มีตัวย่ออาการที่จำได้ง่ายคือ FAST มาจากFace อาการหน้าเบี้ยวครึ่งซีก, Arm อาการอ่อนแรงแขนหรือขาครึ่งซีก, Speech อาการพูดไม่ชัด ไม่เข้าใจภาษา, Time รีบมารพ.ให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นๆ เช่น เวียนศีรษะ เดินเซ ทันทีทันใด, ตามองเห็นไม่ชัดทันทีทันใด, ปวดศีรษะรุนแรงไม่เคยเป็นมาก่อน, หมดสติไม่รู้สึกตัว เป็นต้น

 

เมื่อพบอาการดังกล่าวข้างต้นให้รีบมาโรงพยาบาลเพื่อรับการวินิจฉัยด้วยการตรวจเลือดและเอ็กซเรย์สมอง เนื่องจากมีโรคอื่นๆที่มีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมองได้ เช่น ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ, เนื้องอกในสมอง, ภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มดูรา เมื่อไม่พบสาเหตุอื่นหรือเอ็กซเรย์สมองพบสมองขาดเลือดจากหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ในปัจจุบันมีการรักษาด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือดผ่านหลอดเลือดดำภายใน4.5ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ หรือการรักษาด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือดผ่านสายสวนหลอดเลือดแดง หรือการใช้เครื่องนำเอาลิ่มเลือดออกทางหลอดเลือดแดงในผู้ป่วยเฉพาะกลุ่ม และรับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ให้ยาต้านเกล็ดเลือด ดูแลป้องกันภาวะแทรกซ้อน ทำกายภาพบำบัด และตรวจหาปัจจัยเสี่ยงและรักษาต่อไป

 

ปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน, โรคไขมันในเลือดสูง, โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ, การสูบบุหรี่ และโรคอ้วน ดังนั้นควรตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อคัดกรองปัจจัยเสี่ยงและรักษา ออกกำลังกายเป็นประจำและรับประทานทานอาหารที่มีไขมันต่ำและมีกากใยสูง
 
 
 
 

ข้อมูลโดย : พญ.ดลพร ยุวศิลป์ อายุรแพทย์โรคระบบประสาท
โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่