fbpx

นพ. ประวิทย์ สัจจพงษ์

“ต้อกระจก…ภัยเงียบที่น่ากลัว”

เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อบอกลาสายตาพร่ามัว ด้วยวิทยาการอันก้าวหน้าในปัจจุบัน ทำให้การผ่าตัดต้อกระจก
สามารถทำได้รวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถใช้สายตาได้ในวันรุ่งขึ้น

ดวงตาของคนเราก็เปรียบเสมือนกล้องถ่ายรูปที่มีเลนส์อยู่ด้านใน เมื่อใช้งานไปนานๆ เลนส์ก็เกิดการขุ่นมัว เมื่อขุ่นมากจะทำให้มองเห็นไม่ชัด เป็นความเสื่อมตามวัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“ต้อกระจก” เป็นโรคที่เกิดจากเลนส์แก้วตาเสื่อมสภาพจนมีความขุ่นมัวเกิดขึ้น ทำให้บดบังแสงที่จะผ่านเข้าไปในตา แสงจึงส่งผ่านไปยังประสาทตาไม่เต็มที่ ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนหรือมีอาการตามัวได้ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดต้อกระจกคือ อายุที่เพิ่มขึ้น พบมากในผู้สูงอายุ ตั้งแต่ประมาณ 50 ปีขึ้นไป อาจมีปัจจัยอื่นๆ ส่งเสริมที่ทำให้เกิดโรคต้อกระจกก่อนวัย ได้แก่ การได้รับแสงอัลตร้าไวโอเลตเป็นเวลานานๆ โรคม่านตาอักเสบ ตาติดเชื้อ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง การเกิดอุบัติเหตุที่ดวงตา ความผิดปกติแต่กำเนิด และการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์
อาการของต้อกระจก ได้แก่ ตามัวมองเห็นไม่ชัดเจนโดยไม่มีอาการเจ็บปวด โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่มีแสงสว่างจ้า มองเห็นภาพซ้อน มองเห็นแสงไฟกระจาย โดยเฉพาะเวลาขณะขับรถในตอนกลางคืน เปลี่ยนแว่นตาบ่อย มองเห็นในระยะใกล้ดีขึ้น เห็นฝ้าขาวบริเวณกลางรูม่านตา
การรักษาต้อกระจก ขึ้นอยู่กับสภาพของต้อกระจกกล่าวคือ ต้อที่เพิ่งจะเริ่มเป็นหรือเป็นไม่มาก ให้ตรวจตาตามที่แพทย์นัด แต่ในรายที่ต้อกระจกขุ่นมากจนรบกวนกิจวัตรประจำวัน เช่น การขับรถ อ่านหนังสือ ดูทีวี ฯลฯ ควรได้รับการผ่าตัด ไม่ควรรอจนต้อสุกเพราะอาจเกิดโรคแทรกซ้อนได้ การผ่าตัดทำได้โดยการผ่าตัดนำเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออกแล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่ โดยวิธี
- การผ่าตัดที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่ การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (phacoemulsification) ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ต้องเย็บแผล ผู้ป่วยสามารถเลือกดมยาสลบหรือหยอดยาชา ซึ่งใช้เวลาผ่าตัดเพียง 15-30 นาที หลังผ่าตัดแพทย์จะให้ผู้ป่วยนอนพักฟื้นประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง และสามารถกลับบ้านได้ภายในวันนั้น โดยผู้ป่วยยังต้องใส่ฝาครอบตา และมาพบแพทย์เพื่อเปิดตาในเช้าวันรุ่งขึ้น การผ่าตัดสามารถผ่าตัด 2 ข้างพร้อมกันได้หากเป็นความต้องการของผู้ป่วย แต่แพทย์จะแนะนำให้ทำทีละข้าง เพื่อที่จะได้ใช้ตาอีกข้างในวันผ่าตัด
- การผ่าตัดต้อกระจกแบบดั้งเดิม (extracapsular cataract extraction) ซึ่งต้องเย็บ 3-7 เข็ม

นายแพทย์ประวิทย์ สัจจพงษ์

จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่

โทร.052-089863