ปวดศีรษะ เลือดกำเดาไหล หูอื้อข้างเดียว อาจเสี่ยงเป็น "มะเร็งหลังโพรงจมูก"

 

“ปวดศีรษะ เลือดกำเดาไหลและหูอื้อข้างเดียว” เป็นอาการระยะเริ่มแรกที่เป็นสัญญาณเตือนของ มะเร็งหลังโพรงจมูก ซึ่งหลายๆ คนอาจจะยังไม่ทันได้สังเกตอาการเหล่านี้ของตัวเอง และมองว่าเป็นเพียงอาการปกติที่อาจเกิดขึ้นได้หากอากาศหรืออุณหภูมิภายนอกมีความร้อน โดยมะเร็งหลังโพรงจมูก เป็นหนึ่งในโรคมะเร็งที่มักถูกมองข้ามเพราะอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ ตรวจพบยาก และในระยะเริ่มแรกก็ไม่มีอาการเตือนที่แน่ชัด ทําให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกส่วนใหญ่มักจะเข้ามาพบแพทย์เมื่อมะเร็งอยู่ในระยะที่ลุกลามแล้ว

ซึ่งโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก หรือ Nasopharynx Cancer เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนเอเชียอายุน้อยตั้งแต่ 15-25 ปี และสามารถพบได้ในกลุ่มผู้สูงอายุ 50-60 ปี ตามลำดับ มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 2 เท่า โดยเฉพาะในประเทศจีน ฮ่องกง และไต้หวัน รวมถึงประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างประเทศไทยด้วย

 

เลือดกำเดาไหล-โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่

 

รู้จักมะเร็งหลังโพรงจมูก

มะเร็งหลังโพรงจมูก เป็นโรคที่เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์โตขึ้นจนเป็นก้อนเนื้อ ที่เราเรียกว่า “มะเร็ง” โดยจะพบก้อนเนื้อที่บริเวณเยื่อบุผิวช่องหลังโพรงจมูก ซึ่งโพรงจมูกจะมีลักษณะเป็นโพรงกว้าง อยู่ทางด้านหลังของจมูก เป็นทางผ่านของอากาศที่เชื่อมระหว่างโพรงจมูกกับช่องคอ ซึ่งเป็นจุดกักเก็บสิ่งแปลกปลอมหรือสารต่างๆ ที่อยู่ในอากาศ เช่น ควันบุหรี่ ควันพิษต่าง ๆ หรือสารที่เกิดจากการเผาไหม้และอาจเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ก่อนที่สารเหล่านั้นจะเข้าสู่ปอด ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองได้

 

ปวดหู-โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่

อาการของมะเร็งหลังโพรงจมูก

โดยส่วนมากแล้วผู้ป่วยโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกมักจะมาพบแพทย์ด้วยเรื่องก้อนนูนที่บริเวณต้นคอ รองลงมาเป็นอาการคัดจมูก เลือดกำเดาไหล น้ำมูกไหล หูอื้อ ปวดหู มีน้ำไหลออกจากหู มองเห็นภาพซ้อน และหน้าชา

  1. อาการทางจมูก มีอาการระคายเคืองหลังโพรงจมูก มีน้ำมูกปนเลือด มีเลือดออกทางจมูกบ่อยๆ แน่นจมูก หายใจไม่ค่อยสะดวก หรือคัดจมูก มีน้ำมูกไหลลงคอเรื้อรัง หรือเสียงเปลี่ยนไป ซึ่งอาการเหล่านี้อาจทำให้ผู้ป่วยหลายรายต้องเข้ารับการรักษาแบบเดียวกับโรคโพรงจมูกอักเสบหรือไซนัสอักเสบเรื้อรังมาก่อน
  2. อาการทางหู การได้ยินบกพร่อง มีเสียงดังในหู รู้สึกปวดหู หรือมีของเหลวไหลออกจากหู จากการทำงานผิดปกติของท่อเชื่อมหูชั้นกลาง เพราะการลุกลามของมะเร็ง เป็นผลให้ความกดอากาศในหูชั้นกลางลดลง ทำให้เกิดอาการหูอื้อ และอาการนี้จะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
  3. ก้อนที่คอ เป็นอาการที่สังเกตได้ค่อนข้างชัด โดยเฉพาะอาการของโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกระยะที่ลุกลามไปถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ ซึ่งจะตรวจพบก้อนที่คอเพียงก้อนเดียว หรือหลายก้อนแบบติดกันหรือห่างกันก็ได้ โดยกรณีที่พบบ่อยมักจะเจอก้อนที่คอเพียงก้อนเดียว มีลักษณะแข็ง ไม่เจ็บ และเคลื่อนไหวไปมาได้
  4. อาการทางระบบประสาท ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะ มองเห็นภาพซ้อน ชาที่ใบหน้า เจ็บเสียวที่แก้มข้างเดียวกับตำแหน่งที่เป็นมะเร็ง และในรายที่อาการลุกลามมาก ผู้ป่วยอาจเป็นอัมพาตที่กล้ามเนื้อใบหน้าด้วย

 

วิธีรักษามะเร็งหลังโพรงจมูก

ผู้ป่วยโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกที่เป็นในระยะแรกหรือระยะเริ่มต้นสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบได้เร็ว โอกาสในการรักษาโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกให้หายขาดก็ยิ่งมีมากขึ้น ซึ่งการรักษาโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก มีดังนี้

  1. การฉายรังสี (Radiotherapy)
  2. การให้ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy)
  3. การผ่าตัด

“เนื่องจากมะเร็งโพรงจมูกพบได้ทั้งกลุ่มผู้มีอายุน้อยและอายุมาก และมักไม่ปรากฏอาการในระยะแรกเริ่ม แต่สามารถตรวจพบได้ด้วยการส่องกล้องผ่านทางจมูก โดยไม่ต้องวางยาสลบ เป็นการตรวจที่ปลอดภัย ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล สามารถให้การวินิฉัยพบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่มช่วยให้โอกาสในการรักษาที่หายขาดมีมากขึ้น จึงแนะนำทำการตรวจในกลุ่มคนทางภาคพื้นเอเชียอาคเนย์และจีนตอนใต้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ โดยสามารถเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง หู คือ จมูก”

 

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก

นพ. ฉัตรชัย คูณรังษีสมบูรณ์

แผนก หู คอ จมูก

โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่