คลีนิกกระดูกและข้อ เปิดให้บริการ วันจันทร์ – อาทิตย์ 07.00 – 17.00 น.

บริการต่างๆ


การให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ

  • การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Coronary CT Angiography)

เป็นวิธีการตรวจหัวใจเพื่อดูเส้นเลือดของหัวใจว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบ-ตัน หรือความผิดปกติอื่นๆ ของหลอดเลือดหัวใจบ้างหรือไม่ รวมถึงใช้ติดตามผลการรักษาภายหลังการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งผู้ที่เข้ารับการตรวจวิธีนี้จะได้รับสารทึบรังสีเพื่อให้ได้ภาพเอกซเรย์ที่ดีที่สุด

  • การตรวจหัวใจด้วยภาพคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (MRI : Magnetic Resonance Imaging)

เป็นการตรวจหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งสามารถให้ภาพของหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างชัดเจน โดยผู้ป่วยไม่ต้องได้รับรังสีเอ็กซ์และสารทึบรังสีเหมือนกับการตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ สามารถสร้างภาพได้ทุกระนาบหรือทุกแนวโดยผู้ป่วยไม่ต้องเปลี่ยนท่าและยังสามารถสร้างภาพสามมิติได้อีกด้วย  ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคหัวใจชนิดต่างๆ เช่น ตรวจหาการตีบตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจหรือรอยแผลเป็นที่หัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคหัวใจวาย และยังสามารถช่วยตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายในอวัยวะอื่นๆได้อีกด้วย

  • การตรวจคลื่นหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiography)

การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงใช้หลักการส่งคลื่นเสียงที่ปลอดภัยเข้าไปในทรวงอกและสะท้อนออกมาเป็นภาพให้เห็นบนจอ การตรวจวิธีนี้เป็นการตรวจเพื่อดูขนาดของหัวใจตามแรงการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจผ่านผนังหน้าอก การทำงานของลิ้นหัวใจ ภาวะน้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ ช่องหัวใจโต และตรวจหาภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาการเหนื่อยหอบหรือแน่นหน้าอกได้

  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrophysiology Study)

การตรวจวิธีนี้ใช้เพื่อวินิจฉัยสาเหตุที่หัวใจเต้นผิดปกติและหาวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด เมื่อตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจแพทย์จะจำลองจังหวะที่หัวใจเต้นผิดปกติโดยผู้ป่วยจะไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด และแพทย์อาจลองใช้ยาหลายชนิดเพื่อดูว่าชนิดใดจะรักษาอาการได้ดีที่สุด แพทย์อาจใช้การตรวจทางสรีรวิทยาไฟฟ้าหัวใจเพื่อหาวิธีการหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรักษาจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติ โดยมากจะใช้วิธีนี้ตรวจผู้ป่วยที่มีอาการบ่งชี้ว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือผู้ที่เสี่ยงว่าหัวใจจะหยุดเต้นโดยกะทันหัน

  • การบันทึกคลื่นไฟฟ้าชนิดติดตัว (Holter Monitor)

ในผู้ป่วยบางรายที่มารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วไม่พบความผิดปกติในขณะนั้น แต่ผู้ป่วยอาจจะยังมีอาการที่น่าสงสัยว่าหัวใจอาจมีความผิดปกติ แพทย์อาจจะแนะนำให้ใช้เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจชนิดติดตัว ซึ่งผู้รับการตรวจจะต้องนำเครื่องมือนี้พกติดตัวตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทราบว่ากิจกรรมต่างๆใน 24 ชั่วโมงของผู้รับการตรวจมีผลทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

  • การตรวจทดสอบสมรรถภาพหัวใจ (Exercise Stress Test)
  • การตรวจความผิดปกติของหลอดเลือดขนาดใหญ่ โดยใช้เครื่องวัด ABI (Ankle-Brachial Index)

การรักษาโดยการผ่าตัดหัวใจและหลอดเลือดที่สำคัญ ๆ เช่น

  • การรักษาโดยการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนหรือขดลวดค้ำยันผ่านสายสวน (CAG/PCI)
  • การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชนิดถาวร (Permanent Pacemaker)
  • การใส่เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้าชนิดฝังใน ICD (Implantable Cardioverter Defibrillator)
  • การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจสำหรับผู้ที่มีหัวใจวาย โดยใช้เครื่อง CRT (Cardiac Resynchronization Therapy)
  • การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (CABG : Coronary Artery Bypass Grafting)
  • การผ่าตัดซ่อมแซมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ